การเลือกใช้น้ำมันเครื่องต้องเลือกอย่างไร?

[ux_image id=”41628″]

[gap]

          น้ำมันเครื่อง ส่วนสำคัญที่เป็นหัวใจหลักของเครื่องยนต์ เปรียบเสมือนผู้ช่วย และผู้ปกป้องเครื่องยนต์ในเวลาเดียวกัน คือ เป็นสารหล่อลื่นเพื่อลดแรงเสียดทานขณะที่เครื่องยนต์กำลังทำงาน โดยทำหน้าที่คล้ายฟิล์มเคลือบชิ้นส่วนต่าง ๆ ของเครื่องยนต์ เพื่อลดการสึกหรอ และยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ อีกทั้งยังมีประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมาย ตั้งแต่ ช่วยระบายความร้อนให้กับชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ ป้องกันการเกิดสนิม ชะล้างสิ่งสกปรกอย่าง คราบเขม่า ผงโลหะ เพื่อลดการอุดตันของชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์
วันนี้ แอดมินพาทุกท่านมาทำความรู้จัก การเลือกใช้น้ำมันเครื่องต้องเลือกอย่างไร? ไม่เป็นการเสียเวลา ไปรับชมได้ค่ะ

[message_box bg_color=”rgb(4, 18, 78)”]

[row v_align=”middle” h_align=”center”]

[col span__sm=”12″]

[ux_text font_size=”1.95″ font_size__sm=”1.8″ line_height=”0.75″ text_align=”center” text_align__sm=”center”]

หัวข้อ

[/ux_text]

[/col]

[/row]

[/message_box]
[section label=”Media Left” bg_color=”rgb(4, 18, 78)” bg_overlay=”rgba(255, 255, 255, 0.872)” padding=”8px”]

[row style=”large” v_align=”middle”]

[col span=”5″ span__sm=”12″ margin=”0px 0px -37px 0px”]

[button text=”ประเภทน้ำมันเครื่องยนต์” style=”link” size=”larger” radius=”4″ expand=”0″ icon=”icon-angle-right” icon_pos=”left” icon_reveal=”true” link=”#oil-1″]

[button text=”การเลือกใช้น้ำมันเครื่อง” style=”link” size=”larger” radius=”4″ expand=”0″ icon=”icon-angle-right” icon_pos=”left” icon_reveal=”true” link=”#oil-2″]

[button text=”วิธีเช็คน้ำมันเครื่อง” style=”link” size=”larger” radius=”4″ expand=”0″ icon=”icon-angle-right” icon_pos=”left” icon_reveal=”true” link=”#oil-3″]

[button text=”วิธีบำรุงรักษารถยนต์” style=”link” size=”larger” radius=”4″ expand=”0″ icon=”icon-angle-right” icon_pos=”left” icon_reveal=”true” link=”#oil-4″]

[button text=”สินค้าแนะนำ” style=”link” size=”larger” radius=”4″ expand=”0″ icon=”icon-angle-right” icon_pos=”left” icon_reveal=”true” link=”#oil-5″]

[/col]
[col span=”7″ span__sm=”12″ align=”left”]

[ux_image id=”41626″]

[/col]

[/row]

[/section]
[gap]

[scroll_to title=”oil-1″ link=”#oil-1″ bullet=”false”]

[message_box bg_color=”rgb(4, 18, 78)”]

[row v_align=”middle” h_align=”center”]

[col span__sm=”12″]

[ux_text font_size=”1.95″ font_size__sm=”1.8″ line_height=”0.75″ text_align=”center” text_align__sm=”center”]

ประเภทของน้ำมันเครื่องรถยนต์

[/ux_text]

[/col]

[/row]

[/message_box]
[gap]

[row]

[col span=”6″ span__sm=”12″]

[gap]

[ux_text font_size=”1.35″ text_align=”center” text_color=”rgb(4, 18, 78)”]

1. น้ำมันเครื่องแบบสังเคราะห์แท้ (Full synthetic oil)

[/ux_text]

           น้ำมันเครื่องที่มีราคาแพงที่สุด เนื่องจากมีอายุการใช้งานที่ยาวนานที่สุดอยู่ที่ 15,000-20,000 กิโลเมตร เพราะมีอัตราการระเหยที่ต่ำ เป็นน้ำมันเครื่องที่ผ่านกระบวนการสังเคราะห์ทางเคมี 100% จึงทำให้มีประสิทธิภาพสูง เหมาะกับการใช้งานในระยะยาว และผู้ที่ต้องการดูแลรถเป็นพิเศษหรือรถที่มีราคาสูง

[/col]
[col span=”6″ span__sm=”12″]

[gap]

[ux_text font_size=”1.35″ text_align=”center” text_color=”rgb(4, 18, 78)”]

2. น้ำมันเครื่องแบบกึ่งสังเคราะห์ (Semi-synthetic oil)

[/ux_text]

           ราคาอยู่ในระดับกลาง มีอายุการใช้งาน อยู่ที่ 7,000-10,000 กิโลเมตร น้อยกว่าแบบสังเคราะห์แท้ เป็นน้ำมันเครื่องที่มาจากการผสมน้ำมันพื้นฐาน (Base oil) แบบสังเคราะห์แท้ กับน้ำมันดิบ ได้รับความนิยมมาก เนื่องจากความคุ้มค่าในเรื่องราคาและประสิทธิภาพในการใช้งานอยู่ในระดับที่ดีพอสมควร

[/col]

[/row]
[row]

[col span=”2″ span__sm=”12″ visibility=”hide-for-small”]

[/col]
[col span=”8″ span__sm=”12″]

[gap]

[ux_text font_size=”1.35″ text_align=”center” text_color=”rgb(4, 18, 78)”]

3. น้ำมันเครื่องแบบธรรมดา
(Conventional Oil)

[/ux_text]

           มีราคาถูกที่สุด และมีอายุการใช้งานน้อยที่สุดจาก 3 ประเภท อยู่ที่ 5,000 กิโลเมตรเป็นน้ำมันเครื่อง ที่กลั่นมาจากน้ำมันดิบ และไม่ผ่านกระบวนการสังเคราะห์ใด ๆ  ได้มาจากธรรมชาติ 100%

[/col]

[/row]
[scroll_to title=”oil-2″ link=”#oil-2″ bullet=”false”]

[message_box bg_color=”rgb(4, 18, 78)”]

[row v_align=”middle” h_align=”center”]

[col span__sm=”12″]

[ux_text font_size=”1.95″ font_size__sm=”1.8″ text_align=”center” text_align__sm=”center”]

การเลือกใช้น้ำมันเครื่อง

[/ux_text]

[/col]

[/row]

[/message_box]
[gap]

          น้ำมันเครื่องรถยนต์ที่วางขายตามท้องตลาด จะแบ่งตามเครื่องยนต์ได้ 2 ประเภทคือ น้ำมันเครื่องดีเซล และ เบนซิน ซึ่งควรเลือกใช้น้ำมันเครื่องให้ตรงกับประเภทเครื่องยนต์ของรถคุณ หรือหากไม่มั่นใจ สามารถศึกษาได้จากคู่มือรถยนต์ว่าเครื่องยนต์ของคุณควรเติมน้ำมันเครื่องรถยนต์ประเภทใด ซึ่งทั้ง 2 ประเภท ล้วนมีคุณสมบัติ ระยะเวลาการใช้งาน และราคาที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าเป็นน้ำมันเครื่องแบบสังเคราะห์แท้ กึ่งสังเคราะห์ หรือแบบธรรมดา

         ปัจจัยสำคัญในการเลือกน้ำมันเครื่อง ควรจะเลือกค่าความหนืดที่เหมาะสมกับเครื่องยนต์ เพื่อให้น้ำมันหล่อลื่นภายในเครื่องยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ควรเลือกน้ำมันเครื่องที่มีความหนืดมากเกินไป หรือน้อยเกินไป ซึ่งสามารถดูค่าความหนืดของน้ำมันเครื่องได้จาก SAE ตามด้วยตัวเลข ซึ่งจะลงท้ายด้วย 5 หรือ 0 เช่น 15, 50 ซึ่งยิ่งตัวเลขที่มีค่ามาก ก็เท่ากับมีค่าความหนืดสูง ตัวเลขที่มีค่าน้อย น้ำมันเครื่องจะมีความใสมากกว่า ซึ่งการเลือกใช้ควรพิจารณาจากเครื่องยนต์ และอายุการใช้งาน

[ux_text font_size=”1.3″]

  • น้ำมันเครื่องแบบสังเคราะห์แท้ มีความหนืดน้อย เช่น 0W30 หรือ 5W40 จะเหมาะกับเครื่องยนต์ใหม่ สมรรถนะดีเยี่ยม
  • น้ำมันเครื่องแบบกึ่งสังเคราะห์ จะมีความหนืดเพิ่มขึ้นมา เช่น 10W40 หรือ 15W40 เหมาะกับรถยนต์ทั่วไป
  • น้ำมันเครื่องแบบธรรมดา จะมีความหนืดสูงมาก เช่น SAE50 เหมาะกับรถยนต์รุ่นเก่า ใช้มานานหลายปี

[/ux_text]
[scroll_to title=”oil-3″ link=”#oil-3″ bullet=”false”]

[message_box bg_color=”rgb(4, 18, 78)”]

[row v_align=”middle” h_align=”center”]

[col span__sm=”12″]

[ux_text font_size=”1.95″ font_size__sm=”1.8″ text_align=”center” text_align__sm=”center”]

วิธีเช็คน้ำมันเครื่องด้วย “ตัวเอง”

[/ux_text]

[/col]

[/row]

[/message_box]
[gap]

          สำหรับวิธีตรวจเช็คน้ำมันเครื่องนั้นไม่ยาก คุณเองก็สามารถทำได้ด้วยตัวเองแบบง่ายๆ เพียงแค่ใช้อุปกรณ์ เช่นเศษผ้าหรือกระดาษทิชชู่เท่านั้นข้อสำคัญ ต้องทำในขณะที่เครื่องยังร้อนหรือมีอุณหภูมิที่ยังคงอุ่นอยู่ โดยให้ตรวจวัดระดับน้ำมันเครื่องหลังจากดับเครื่องประมาณ 1-3 นาที เพื่อให้น้ำมันเครื่องไหลกลับลงสู่อ่างน้ำมันเครื่องด้านล่างให้เรียบร้อยก่อน

[row]

[col span=”6″ span__sm=”12″ margin=”0px 0px -72px 0px”]

[ux_image id=”41634″ image_size=”original”]

[ux_text font_size=”1.5″ text_color=”rgb(4, 18, 78)”]

ขั้นตอนแรก

[/ux_text]

จอดรถให้อยู่ในแนวระนาบ ไม่ลาดเอียง เปิดฝากระโปรงรถยนต์ให้เรียบร้อย

[/col]
[col span=”6″ span__sm=”12″ margin=”0px 0px -29px 0px”]

[ux_image id=”41631″ image_size=”medium”]

[ux_text font_size=”1.5″ text_color=”rgb(4, 18, 78)”]

ขั้นตอนที่สอง

[/ux_text]

มองหาก้านวัดระดับน้ำมันเครื่อง และดึงก้านวัดน้ำมันเครื่องออกมา เช็ดทำความสะอาดน้ำมันเครื่องที่ติดกับก้านวัดออกด้วยเศษผ้าหรือกระดาษทิชชู่

[/col]
[col span=”6″ span__sm=”12″ margin=”0px 0px -45px 0px”]

[ux_image id=”41633″ image_size=”medium”]

[ux_text font_size=”1.5″ text_color=”rgb(4, 18, 78)”]

ขั้นตอนที่สาม

[/ux_text]

เสียบก้านวัดระดับน้ำมันเครื่องคืนกลับจุดเดิมอีกครั้งเพื่อตรวจเช็คระดับน้ำมันเครื่องที่มีอยู่ในอ่างน้ำมันเครื่อง

[/col]
[col span=”6″ span__sm=”12″]

[ux_image id=”41632″ image_size=”medium”]

[ux_text font_size=”1.5″ text_color=”rgb(4, 18, 78)”]

ขั้นตอนสุดท้าย

[/ux_text]

ดึงก้านวัดระดับน้ำมันเครื่องออกมาอีกครั้งหนึ่ง เพื่อตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องที่บริเวณปลายของก้านวัด

[/col]

[/row]

ถ้าระดับน้ำมันเครื่องอยู่ระหว่างขีด “F” กับ “L” หรือ “Max กับ Min” แสดงว่าน้ำมันเครื่องอยู่ในระดับปกติ ไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกินไป แต่ควรรักษาระดับของน้ำมันเครื่องให้อยู่สูงกว่าครึ่งหนึ่งของขีด  “F” กับ “L” หรือ “Max กับ Min” อยู่เสมอ

***ปริมาณน้ำมันเครื่องที่น้อยเกินไปหรือมากเกินไป อาจทำให้เครื่องยนต์เสียหายได้

แนะนำให้ตรวจเช็คระดับน้ำมันเครื่องอยู่เป็นประจำ ทุกๆ 1-2 สัปดาห์/ครั้ง หรือ อย่างน้อยเดือนละ1ครั้ง

[gap]

[scroll_to title=”oil-4″ link=”#oil-4″ bullet=”false”]

[message_box bg_color=”rgb(4, 18, 78)”]

[row v_align=”middle” h_align=”center”]

[col span__sm=”12″]

[ux_text font_size=”1.95″ font_size__sm=”1.8″ text_align=”center” text_align__sm=”center”]

วิธีบำรุงรักษารถยนต์

[/ux_text]

[/col]

[/row]

[/message_box]
[gap]

การซื้อรถสักคันไม่ใช่เรื่องยาก แต่การดูแลรักษารถให้อยู่คู่กับเราและรองรับการใช้งานได้ยาวนานก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน

[row]

[col span=”6″ span__sm=”12″]

[ux_image id=”41618″]

[ux_text font_size=”1.5″ text_color=”rgb(4, 18, 78)”]

1. ขับขี่อย่างนุ่มนวล

[/ux_text]

การขับขี่รถอย่างนุ่มนวล ทั้งการออกตัวที่ไม่กระโชกโฮกฮากและการเว้นระยะเบรกอย่างเหมาะสม ไม่เพียงช่วยรักษาความสมบูรณ์ของตัวรถให้คงอยู่ยาวนานเท่านั้น แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุด้วย

[/col]
[col span=”6″ span__sm=”12″]

[ux_image id=”41619″]

[ux_text font_size=”1.5″ text_color=”rgb(4, 18, 78)”]

2. ล้างรถสัปดาห์ละครั้ง

[/ux_text]

การล้างรถช่วยให้ตัวรถดูสะอาดน่าใช้ พร้อมกับชำระล้างสิ่งสกปรกที่อาจมีฤทธิ์กัดกร่อนและฝังอยู่ในร่องหลืบที่เรามองไม่เห็น ควรทำความสะอาดภายในห้องโดยสารให้สะอาดเอี่ยมด้วยเช่นกัน ไม่ควรลืมลงแว็กซ์รถให้ทั่วเพื่อรักษาคุณภาพสีรถให้สวยเงางามหลายปี

[/col]
[col span=”6″ span__sm=”12″]

[ux_image id=”41620″ image_size=”medium” width=”81″]

[ux_text font_size=”1.5″ text_color=”rgb(4, 18, 78)”]

3. จอดรถในร่ม

[/ux_text]

พยายามหาที่จอดรถในร่มเพื่อรักษาสีของตัวรถและปกป้องห้องโดยสารจากแสงแดดที่แผดเผาของบ้านเรา ถ้าไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ อาจใช้แผงกันแดดปิดบังคอนโซลไว้เพื่อป้องกันความเสียหายของวัสดุพลาสติก

[/col]
[col span=”6″ span__sm=”12″]

[ux_image id=”41625″ image_size=”thumbnail”]

[ux_text font_size=”1.5″ text_color=”rgb(4, 18, 78)”]

4. เช็คระยะสม่ำเสมอ

[/ux_text]

ความสำคัญของการเข้าเช็คระยะตามกำหนด คือการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและตรวจสอบชิ้นส่วนสำคัญต่างๆ ซึ่งมีความจำเป็นทั้งกับรถใหม่และรถมือสอง ช่วยยืดอายุการใช้งานตัวรถและเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่

[/col]
[col span=”6″ span__sm=”12″]

[ux_image id=”41621″]

[ux_text font_size=”1.5″ text_color=”rgb(4, 18, 78)”]

5. ดูแลยางรถยนต์

[/ux_text]

ตรวจสอบแรงดันลมยางอย่างสม่ำเสมอโดยเติมลมยางตามคู่มือรถอย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง ซึ่งไม่เพียงจะให้ความปลอดภัยในการขับขี่เท่านั้น แต่ยังช่วยประหยัดน้ำมันด้วย

[/col]
[col span=”6″ span__sm=”12″]

[ux_image id=”41624″]

[ux_text font_size=”1.5″ text_color=”rgb(4, 18, 78)”]

6. ล้างห้องเครื่องยนต์

[/ux_text]

ล้างห้องเครื่องยนต์อย่างน้อยปีละครั้ง เพราะเครื่องยนต์ที่สะอาดจะมีอุณหภูมิการทำงานที่ต่ำกว่าเครื่องยนต์ที่สกปรก นอกจากนี้ยังช่วยให้เราสามารถตรวจสอบได้ง่ายว่ามีชิ้นส่วนใดเสียหายบ้าง โดยอาจทำความสะอาดด้วยตนเองก็ได้แต่ควรระมัดระวังชิ้นส่วนสำคัญอย่างกรองอากาศ สายไฟและชิ้นส่วนที่เกี่ยวกับระบบอิเลกทรอนิก

[/col]
[col span=”6″ span__sm=”12″]

[ux_image id=”41623″]

[ux_text font_size=”1.5″ text_color=”rgb(4, 18, 78)”]

7. เปลี่ยนหัวเทียน

[/ux_text]

หลายค่ายรถแนะนำให้เปลี่ยนหัวเทียนทุก 50,000 กม. ซึ่งจะช่วยเพิ่มอัตราความประหยัดน้ำมันและสมรรถนะเครื่องยนต์

[/col]
[col span=”6″ span__sm=”12″]

[ux_image id=”41622″]

[ux_text font_size=”1.5″ text_color=”rgb(4, 18, 78)”]

8. ดูแลรักษาแบตเตอรี่

[/ux_text]

ถึงแม้แบตเตอรี่ในรถของคุณจะเป็นแบบ maintenance free หรือไม่จำเป็นต้องดูแลรักษา แต่ก็ควรตรวจสอบสภาพตัวแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอเพื่อยืดอายุการใช้งาน โดยควรทำความสะอาดให้ใหม่อยู่ตลอดเวลาและตรวจดูว่ามีความเสียหายใดๆ หรือไม่

[/col]

[/row]
[scroll_to title=”oil-5″ link=”#oil-5″ bullet=”false”]

[message_box bg_color=”rgb(4, 18, 78)”]

[row v_align=”middle” h_align=”center”]

[col span__sm=”12″]

[ux_text font_size=”1.95″ font_size__sm=”1.8″ text_align=”center” text_align__sm=”center”]

สินค้าแนะนำ

[/ux_text]

[/col]

[/row]

[/message_box]
[gap]

[ux_products columns=”5″ equalize_box=”true” ids=”34681,34667,34670,34669,34668″]

          เป็นยังไงกันบ้างค่ะ สำหรับ วิธีเลือกน้ำมันเครื่องที่เหมาะสมสำหรับรถยนต์ของคุณ และ แอดคิดว่าการบำรุงรักษาก็เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลรุยนต์ของคุณด้วย เพราะ การที่เราจะมีรถยนต์ แต่เราแน้แต่การใช้งานตลอดเวลาโดยไม่คำนึงถึงสุขภาพของรถของท่านก็ จะเป็นการเปลื่องทรัพย์สินในภายกาคหน้าได้เช่นกัน แอดได้รวบรวมข้อมูลเหล่านี้มาให้ทุกท่านได้ทำความเข้าใจในการใช้รถ และท่านใดที่มีรถยนต์อยู่แล้ว ควรที่จะรักษารถของท่านให้อยู่ในสภาพดี และ ไม่คราวปล่อยให้เสียหายนะคะ เพราะอาจจะเกิดอัตรายกับท่านได้

[ux_text font_size=”1.75″ line_height=”0.75″ text_align=”left”]

มีช่องทางการสั่งซื้อง่ายๆมาแนะนำคะ
[/ux_text]
[row]

[col span=”6″ span__sm=”12″ padding=”0px 0px 0px 0px” margin=”-20px 0px 0px 0px”]

?1. ช้อปผ่าน LINE : @wehomeonline
?2. ช้อบผ่าน Inbox Facebook Page : m.me/WeHomeOnline
?3. LAZADA : https://www.lazada.co.th/shop/wehome-online

[/col]
[col span=”6″ span__sm=”12″ margin=”-20px 0px 0px 0px”]

?4. NOCNOC :
?5. Shopee : https://shopee.co.th/wehomeonline
?7. โทรหาเราสั่งของได้ 074-338-000

[/col]

[/row]
[row]

[col span=”2″ span__sm=”6″]

[button text=”ย้อนหลัง” style=”bevel” radius=”99″ icon=”icon-angle-left” icon_pos=”left” link=”https://wehome.co.th/tips-for-welding-wires-beginners/”]

[/col]
[col span=”8″ span__sm=”12″ visibility=”hide-for-small”]

[/col]
[col span=”2″ span__sm=”6″ align=”right”]

[button text=”ถัดไป” style=”bevel” radius=”99″ icon=”icon-angle-right” link=”https://wehome.co.th/choose-the-right-faucet-for-the-washbasin/”]

[/col]

[/row]

Select the fields to be shown. Others will be hidden. Drag and drop to rearrange the order.
  • Image
  • SKU
  • Rating
  • Price
  • Stock
  • Description
  • กำลังไฟฟ้า (วัตต์)
  • ขนาด
  • ความหนา
  • จำนวนช่อง
  • จำนวนชั้น
  • ชนิดฟิล์ม
  • การติดตั้ง
  • ทิศทาง
  • จำนวนที่นั่ง
  • น้ำหนัก (Kg)
  • ประเภทสินค้า
  • มาตรฐานการป้องกัน
  • ยาว
  • ยี่ห้อ
  • ระบบเปิด-ปิด
  • ระยะที่วัดได้
  • รูปทรง
  • ลักษณะบาน
  • วัสดุ
  • วัสดุหลัก
  • สี
  • หนา
  • เบอร์
  • แสงไฟ
  • Add to cart
  • Additional information
Click outside to hide the comparison bar
เปรียบเทียบ