Category Archives: ระบบไฟ

ขั้นตอน DIY. เปลี่ยนหลอดไฟเก่า เป็นหลอด LED

ขั้นตอน DIY. เปลี่ยนหลอดไฟเก่า เป็นหลอด LED
ขั้นตอน DIY. เปลี่ยนหลอดไฟเก่า เป็นหลอด LED

หลอดไฟที่บ้านของคุณเปลี่ยนเป็นหลอดไฟ LED แล้วหรือยัง ถ้า ยัง บทความนี้ จะช่วยในการตัดสินใจของคุณได้ เพราะเราได้นำ 10 สาเหตุที่คุณควรติด หลอดไฟ LED แต่ เราไม่ได้อยากให้คุณเปลี่ยนใจโดยเร็ว เพราะเป็นความชอบของแค่ละบุคคล และวันนี้ วีโฮม เราจะพอคุณไม่รู้จัก หลอด LED ให้มากขึ้นกับ บทความ “ขั้นตอน DIY. เปลี่ยนหลอดไฟเก่า เป็นหลอด LED” ว่าเป็นยังไง ไปอ่านกัน

ทำไมต้องเปลี่ยนเป็นหลอด LED ?

อายุการใช้งาน-02

1.หลอด LED มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

คุณสมบัติเด่นของหลอดไฟ LED อย่างแรกเลยก็คืออายุการใช้งานของหลอดไฟประเภทนี้ยาวนานกว่าหลอดไฟทั่ว ๆ ไปเฉลี่ย15,000 ชั่วโมง หรือคิดง่าย ๆ ว่าหากคุณเปิดไฟ LED ติดต่อกัน 2.5 ชั่วโมงต่อวันจะสามารถใช้งานหลอดไฟประเภทนี้ได้นานถึง 15 ปีโดยไม่ต้องเปลี่ยนหลอดใหม่ เรียกได้ว่าคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปแน่นอน

ประหยัดสูงสุด 85 เปอร์เซ็น-02

2. หลอด LED ประหยัดได้สูงสุดถึง 85%

หลายคนคงตกใจเมื่อเห็นบิลค่าไฟตอนสิ้นเดือนทั้งที่รู้สึกว่าไม่ค่อยได้ใช้ไฟอะไรมากมายแต่ทำไมค่าไฟยังแพงอยู่ ส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับหลอดไฟที่เลือกมาใช้เช่นกัน ซึ่งหากบ้านไหนใช้หลอดไฟ LED จะรู้ดีว่าหลอดไฟประเภทนี้ช่วยประหยัดไฟได้มากแม้ราคาต้นทุนจะสูงกว่าหลอดไฟประเภทอื่น ๆ แต่ถ้าลองคำนวณดูที่อายุการใช้งานที่เท่ากันก็เห็นว่าคุ้มค่ากับการลงทุนมากจริง ๆ

ปิดไฟ-02

3.หลอด LED เปิด-ปิดสวิตช์บ่อยก็ไร้ปัญหา

อาจจะพบว่าบางครั้งต้องรอสักพักใหญ่กว่าหลอดไฟจะติดหลังจากเปิดสวิตช์ไฟ แถมยังต้องระวังการเปิด-ปิดสวิตช์ไฟด้วยเพราะถ้าหากเปิด-ปิดบ่อยเกินไป จะทำให้หลอดไฟนั้น ๆ มีอายุการใช้งานสั้นลงแตกต่างกับหลอดไฟ LED ที่แทบจะไม่เจอปัญหานี้เลย เพราะสามารถเปิด-ปิดสวิตช์ได้มากกว่า 5 หมื่นครั้งโดยไม่มีผลกระทบกับฟลอดไฟ และยังให้แสงสว่างได้ทันทีเมื่อเปิดสวิตช์ไฟด้วย

หลอด LED มีหลากหลาย ดีไซน์

4.หลอด LED มีหลากหลายดีไซน์ให้เลือกใช้

หลอดไฟและโคมไฟ LED สามารถนำไปประกอบกับของใช้ที่ให้แสงสว่างได้หลากหลายรูปแบบ เพราะการออกแบบหลอดไฟLED ไม่ได้คำนึงแค่เรื่องสายตาเท่านั้น แต่ยังคลอบคลุมไปถึงการสร้างบรรยากาศด้วย ตัวอย่างเช่น คุณนุ๊ก รัชพล ที่ขอยืนยันว่าหลอดไฟประเภทนี้สามารถใช้ได้ทุกจุดในบ้าน ซึ่งนอกจากเขาจะเลือกมาตกแต่งภายในเพื่อสร้างความโดดเด่นเพิ่มมิติและเล่นแสงสีเพื่อปรับให้เข้ากับอารมณ์แล้ว ยังนำไปใช้กับไฟสวนไฟสนามรวมไปถึงสตรีทเฟอร์นิเจอร์ด้วย

ติดตั้งโคมไฟ-02-02

5.หลอด LED ไม่มีรังสียูวีที่ทำอันตรายกับผิวและให้แสงสว่างที่สมจริง

ต่อให้ไม่ได้ยืนกลางแดดผิวก็หมองคล้ำลงได้เพราะแสงไฟในบ้าน ยกเว้นแสงที่มาจากหลอด LED ซึ่งนอกจากจะไม่มีรังสียูวีที่คอยทำร้ายผิวเราแล้ว ยังเหมาะที่จะใช้กับสิ่งของหรือวัสดุที่ไวต่อความร้อนหรือแสงด้วย เช่น ในพิพิธภัณฑ์ สถานที่จัดแสดงงานอาร์ตแกลอรี่ โบราณสถาน หรือสถานที่จัดเก็บโบราณวัตถุ ทำให้สีของชิ้นงานไม่ซีดจางจากการโดนแสงไฟลามเลีย พร้อมทั้งให้แสงสว่างที่นุ่มนวล สมจริงอีกด้วย

เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

6.หลอด LED เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ในขณะที่การผลิตหลอดฟลูออเรสเซนต์ประกอบด้วยสารโลหะหนัก เช่น สารปรอท ซึ่งเป็นพิษกับสิ่งแวดล้อมแต่หลอดไฟ LED กลับไม่มีส่วนประกอบของโลหะหนักที่เป็นอันตราย ที่สำคัญไปกว่านั้นคือผลิตด้วยวัสดุที่สามารถนำไปรีไซเคิลต่อได้ 100% นั่นก็หมายว่าช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ถึง 3 เท่าเลยทีเดียว

ทดสอบเปิดไฟ-02

7.หลอด LED ใช้วัตต์น้อยแต่ให้แสงสว่างมาก

อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้คนเริ่มหันมาใช้หลอดไฟ LED กันมากขึ้น เพราะใช้กำลังวัตต์น้อยมากเมื่อเทียบกับหลอดไฟประเภทอื่น ๆ ซึ่งทำให้ง่ายต่อการนำหลอดไฟ LED เชื่อมต่อเข้ากับระบบแผงโซลาร์เซลล์ และนำไปใช้กับในที่ที่ไฟฟ้าเข้าถึงยาก

8.หลอด LED ไม่ร้อนแม้ตอนใช้งาน

ทั้งหลอดนีออนและหลอดฟลูออเรสเซนต์จะเกิดความร้อนสูงขณะใช้งาน ซึ่งความร้อนของหลอดไฟก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดเพลงไหม้ได้ง่าย แต่หลอด LED กลับลดโอกาสการเกิดอัคคีภัยได้น้อยมาก เพราะไม่เกิดความร้อนแม้ตอนเปิดใช้งาน

9.หลอด LED ไร้ฝุ่นเกาะบังแสงสว่าง

หลอดฟลูออเรสเซนต์มักมีฝุ่นเกาะเป็นประจำเมื่อใช้ไปนาน ๆ และเกิดเงารบกวนสายตาขณะทำงาน แถมบางครั้งยังมีเสียงดังออกมาขณะเปิดไฟ แต่จะไม่เจอกับ 2 ปัญหานี้เลยหากเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED

10.หลอด LED มีความสว่างที่เหมาะกับการทำงาน

ที่สำคัญหลอดไฟ LED ยังให้แสงสว่างที่พอเหมาะกับการทำงาน เหมาะกับการนำไปตกแต่งออฟฟิศ ห้องนอน ห้องน้ำ และตกแต่งห้องอื่นๆได้อีกมากมาย

การแก้ปัญหาของหลอด LED ?

1. หลอด LED กระพริบเกิดจากอะไร และแก้อย่างไร?

เหตุการณ์ทำให้หลอดไฟ LED กระพริบมีหลายปัจจัยมากมายดังนั้นเราจึงนำสาเหตเหล่านี้มีเป็นตัวอย่าง เช่น

1.1 เกิดจากบัลลาสต์เสีย บัลลาสต์ เป็นอุปกรณ์ควบคุมกระแสไฟฟ้าให้ไหลผ่านไปยังหลอดฟลูออเรสเซนต์ และจุดหลอดฟลูออเรสเซนต์ เมื่อไฟที่บ้านมีลักษณะเป็นแสงไฟกระพริบ หรือ ไฟกระพริบไม่หยุด

          วิธีแก้ เริ่มแรกให้ลองถอด บัลลาสต์ออกเสียก่อน หากถอดแล้วไฟหยุดกระพริบ แนะนำให้เปลี่ยนตัวสตาร์ทเตอร์ใหม่ ซึ่งตัวสตาร์ทเตอร์จะทำหน้าที่คอยตัดต่อวงจรสตาร์ท เมื่อมีการเปิดสวิตช์วงจรไฟฟ้า ซึ่งการเปลี่ยนจะช่วยแก้ปัญหาไฟกระพริบได้

1.2 แรงดันและกระแสไฟฟ้าไม่เพียงพอ เมื่อแรงดันไฟฟ้าไม่เพียงพอส่งผลให้ ไฟ LED กระพริบ เหมือนไฟตก

         วิธีแก้ เจ้าของบ้านต้องสำรวจปริมาณการใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ว่ามีการใช้ไฟพร้อมกันในปริมาณที่มากเกินไปหรือไม่ และตัวหม้อแปลงไฟฟ้านั้นมีขนาดเหมาะสมกับปริมาณไฟฟ้าที่ใช้ภายในบ้านด้วยหรือไม่ เพราะส่วนใหญ่แล้วบางบ้านนิยมใช้หม้อแปลงไฟเก่า ที่มีขนาดแรงดัน และกระแสไฟไม่เหมาะสม จึงทำให้ ไฟกระพริบไม่หยุด

1.3 ตรวจสอบการติดตั้งหลอดไฟกับ ฮีทซิ้งค์ (แผงกันความร้อน) โดยเฉพาะหลอดไฟ LED หากติดตั้งโดยการยึดน็อตเพียงอย่างเดียว โดยไม่ได้ทาซิลิโคนไว้ที่ตำแหน่งใต้ฐานหลอด กับตัวฮีทซิงค์ จะทำให้เกิดความร้อนสะสม จนส่งผลให้ ไฟ LED กระพริบ เหมือนไฟตก

          วิธีแก้ ควรทานซิลิโคนกันร้อนไว้ใต้ ฐานลองไฟ  เพื่อดับความร้อนของหลอดไฟ เพราะ ซิลิโคน สามารถนำเอาความร้อนจากจุดเชื่อมต่อของโลหะได้ดี ทำให้ความร้อนเกิดการถ่ายเทจากหลอดไฟ LED ผ่านไปยัง ฮีทซิ้งค์ (แผงกันความร้อน) ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้ไฟกระพริบ และหลอดไปส่องสว่างเมื่อเปิดใช้งาน

1.4 ความร้อนของหลอดไฟที่ร้อนเกินไป ในลักษณะนี้มักเกิดขึ้นกับหลอดไฟที่ติดตั้ง กับโคมไฟในบ้าน

          วิธีแก้ จำเป็นต้องเลือกโคมไฟ และขนาดของหลอดไฟที่มีขนาดพอเหมาะไม่ใหญ่ หรือเล็กจนเกินไปเมื่อประกอบเข้าใช้งานด้วยกัน เพื่อให้ความร้อนอยู่ในระดับที่พอดี ไม่ร้อนจนเกินไป เพราะจะส่งผลให้เกิดไฟกระพริบ

2. ทำไม ไฟ LED กระพริบ เหมือนไฟตก ตอนปิด?

แม้ว่าหลอด LED จะมีคุณสมบัติในการช่วยประหยัดพลังงานที่คุ้มค่า และเป็นที่นิยมใช้มากกว่าหลอดไส้แบบดั้งเดิม แต่ข้อเสียที่พบบ่อยของหลอดประเภทนี้คือมักเกิดไฟกระพริบเมื่อกดปิดสวิตช์ ซึ่งเหตุผลที่ไฟกระพริบก็มาจากหลายสาเหตุ เช่น การเชื่อมต่อติดตั้งไม่ถูกต้อง หลอดไฟมีความผิดปกติ หรือเกิดจากพลังงานแสงไฟในสวิตช์

3. ไฟกระพริบ แก้อย่างไร?

แก้โดยหาโคมที่มีขนาดเหมาะสมกับหลอดไฟที่ใช้งาน หรือลดจำนวนหลอดไฟให้น้อยลง หรือลองหาวิธีระบายความร้อนให้กับโคมไฟด้วยซีลีโคน หรือ ฮีทซิ้งค์(แผงกันความร้อน) เราแนะนำวิธีง่ายๆ ให้หาที่หนีบผ้าแบบอลูมิเนียม เอามาหนีบที่ฮีทซิ้งค์ของโคมไฟเพื่อช่วยระบายความร้อนก็สามารถแก้ปัญหาเรื่องความร้อนได้บ้าง หรือจะทำปีกระบายความร้อน ติดพัดลมที่ฮีทซิ้งค์(แผงกันความร้อน) และวิธีอื่นๆ

*** เมื่อพบว่าหลอดไฟLED มีการกระพริบ และที่ตัวหลอดไฟมีความร้อนมากอย่าฝืนใช้งาน ถ้ามีความร้อนที่หลอดมากๆอาจทำให้หลอดไฟเสื่อม และอาจเสียหายได้***

ขั้นตอนเปลี่ยนเป็นหลอด LED ?

ปิดไฟ-เช็คไฟ ความปลอดภัย-02

ขั้นตอนที่1

     เราควรปิดสวิตไฟก่อนนะคะ แล้วนำไขควงเช็คไฟ ไปเช็คไฟที่สายไฟก่อนว่ามีไฟเข้าอยู่ไหม ปลอดภัยไว้ก่อน

ถอดขั่วไฟ-02

ขั้นตอนที่2

     แล้วใช้ไขควงถอดสายไฟจากขั้วต่อสายไฟหลังจากนั้นก็ใช้ไขควงหมุนคลายน๊อตที่ยึดระหว่างหลอดไฟกับ ฐานโคม ให้หมด (กรณีที่คุณใช้หลอดหลอดฟลูออเรสเซนต์ ก็ให้เอาบัลลาส์ต สตาร์ทเตอร์ ถอดออกให้หมด) ให้เหลือ ฐานโคม กับ สายไฟ

ขั้นตอนที่3

    จากนั้นให้นำหลอดไฟที่เราซื้อไว้ โดยที่เราจะยกตัวอย่าง อย่าง หลอดไฟ SWEEO  Circular-MOD  UFO 35W

ต่อสายไฟ-02

ขั้นตอนที่4

     หลังจากนั้นก็จะใช้ตัวเทอมีเนอ หรือเต๋าต่อสายไฟให้โดยไม่ต้องกังวล ว่า ต่อสายบวกหรือลบ ต่อได้เลย

ทดสอบเปิดไฟ-02

ขั้นตอนที่ 5

     ต่อขั้วเสร็จ เรียบร้อย ให้ทดลอง เปิดปิดไฟดู ถ้าไม่มีปัญหา ก็พร้อมใช้งานได้เลย

สินค้าแนะนำ

เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับบทความ ขั้นตอน DIY. เปลี่ยนหลอดไฟเก่า เป็นหลอด LED สำหรับคนที่ต้องการเปลี่ยนหลอดไฟเก่าที่บ้านก็สามารถนำไปใช้ได้นะคะ หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อได้ที่ facebook fanpage : “WeHome วีโฮม เพื่อนบ้านที่เข้าใจคุณ” แอดมินยินดีให้คำปรึกษานะคะ

วิธีการสั่งซื้อทางช่องอื่น

📲1. ช้อปผ่าน LINE : @wehomeonline

📥2. ช้อบผ่าน Inbox Facebook Page : m.me/WeHomeOnline

🌍3. ช้อปผ่านเว็บไซต์ https://www.wehome.co.th ตลอด 24 ชม.

🛒4. ช้อปผ่าน LAZADA : https://www.lazada.co.th/shop/wehome-online

🛒5. ช้อปผ่าน Shopee : https://www.shopee.co.th/ wehomeonline

🛒6. ช้อปผ่าน JD CENTRAL : https://www.jd.co.th/shop/pc/27676.html

🛒7. ช้อปผ่าน NOC NOC  :

📞8. โทรหาเราสั่งของได้ 074-338-000

เลือกใช้สายไฟให้เหมาะสมกับบ้านคุณ

เลือกใช้สายไฟให้เหมาะกับบ้านของคุณ
เลือกใช้สายไฟให้เหมาะกับบ้านของคุณ

การเลือกใช้สายไฟให้เหมาะสมกับบ้านของคุณ หรือสำนักงาน นับว่าเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างสูง โดยปกติช่างที่ผ่านการอบรมมาจะมีความรู้ในเรื่องการใช้สายไฟอยู่แล้ว แต่หากมีการซื้อสายไฟโดยให้คนที่ไม่มีความรู้ไปซื้ออาจเกิดข้อผิดพลาดได้ ดังนั้นการเลือกใช้สายไฟให้เหมาะสมกับบ้าน จึงมีข้อควรรู้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ประเภทของสายไฟ ว่ามีกี่ประเภท สายไฟแต่ละประเภทสามารถใช้ไฟฟ้า กี่โวทล์ ใช้ทำ อะไรได้บ้าง

ประเภทของสายไฟ

สายไฟจะแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ สายสำหรับไฟแรงดันต่ำและสำหรับไฟแรงดันสูง ซึ่งสายไฟที่ใช้ตามอาคารบ้านเรือนจัดอยู่ในประเภทสายไฟแรงดันต่ำ สำหรับในประเทศไทยนั้น สายไฟแรงดันต่ำจะต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มอก.11-2531 หรือ TIS-11-2531 ตามมาตรฐานแล้วสายไฟแรงดันต่ำจะต้องมีหลายขนาด (พื้นที่หน้าตัด) ตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ ซึ่งจะต้องทนแรงดันไฟฟ้าได้ตั้งแต่ 300 โวลต์ ถึง 750 โวลต์ มีลักษณะเป็นสายหุ้มฉนวน ทำด้วยทองแดงหรืออลูมิเนียม โดยทั่วไปแล้วจะเป็นสายทองแดงขนาดเล็กจะเป็นตัวนำตัวเดียว แต่สายขนาดใหญ่เป็นตัวนำตีเกลียว วัสดุฉนวนที่ใช้กับสายแรงดันต่ำ คือ Polyvinyl Chloride (PVC) และ Cross –Linked Polyethylene (XLPE) ได้แก่ สาย THW,VAF, VAF-GRD,NYY,NYY-GRD,0.6/1KV-CV,VCT,VCT-GRD,VSF,AV,VFF,VKF

*สายไฟตามมาตรฐาน มอก.11-2531 จะแบ่งเป็นประเภทตามขนาด ความทนแรงดันไฟและการใช้งานได้*

1. สายไฟฟ้าแรงดันต่ำ (Low Voltage Power Cable)

  • สายไฟที่ใช้กับแรงดันไฟฟ้าที่ไม่เกิน 750 โวทล์ (750V)
  • สายไฟนั้นทำด้วยทองแดงหรืออลูมิเนียม แต่โดยทั่วไปจะเป็นสายทองแดง
  • สายขนาดเล็กจะเป็นสายตัวนำเดี่ยว และสายขนาดใหญ่จะเป้นตัวนำตีเกลียว
  • ฉนวนที่ใช้งานจะเป็น PVC และ XLPE

1.1 สายไฟชนิด THW

สายไฟชนิด THW จะเป็นสายไฟชนิดแรงดันต่ำ รองรับแรงดันได้ 750V เป็นสายชนิดเดี่ยว มีการใช้งานอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในโรงงานอุตสาหกรรม เนื่องจากนำไปใช้ในวงจรไฟฟ้า 3 เฟสได้ ซึ่งสายไฟชนิดนี้ไม่เหมาะสำหรับการเดินฝังดินโดยตรง และเมื่อต้องการเดินลอยจะต้องยึดสายด้วย Insulator ด้วย

1.2 สายไฟชนิด VAF

สายไฟชนิด VAF จะเป็นสายไฟชนิดแรงดันต่ำ สามารถทนแรงดันได้ 300V มีทั้งชนิดสายเดี่ยว สายคู่ และแบบสามสายที่รวมสายดินไปด้วย โดยที่แต่ละสายก็จะมีฉนวนหุ้ม และมีเปลือกหุ้มที่เป็นฉนวนอยู่อีกชั้นหนึ่งด้านนอก เป็นสายไฟชนิดที่นิยมในการเดินภายในบ้านทั่วไป แต่ไม่สามารถใช้งานในการติดตั้งไฟฟ้า 3 เฟสได้ เพราะไม่สามารถรองรับแรงดันที่ 380V ได้ ยกเว้นจะติดตั้งแบบแยกเป็นแบบ 1 เฟส และใช้แรงดัน 220V

สายไฟชนิด VAF-02

1.3 สายไฟชนิด VCT

สายไฟชนิด VCT จะเป็นสายไฟชนิดแรงดันต่ำ สามารถทนแรงดันได้ 750V ตัวสายมีลักษณะกลม มีทั้งชนิด 1 ,2 แกน, 3 แกน และ 4 แกน โดยจุดเด่นของสายชนิดนี้คือจะเป็นสายที่ประกอบด้วยสายทองแดงฝอยเส้นเล็กๆ จึงทำให้สายมีความอ่อนตัวและทนต่อการสั่นสะเทือนได้ดี และยังเป็นสายที่สามารถต่อลงดินได้

1.4 สายไฟชนิด NYY

สายไฟชนิด NYY เป็นสายไฟชนิดกลมที่สามารถทนแรงดันได้ 750V มีทั้งแบบแกนเดียว และหลายแกน เป็นสายที่นิยมใช้เป็นอย่างมาก เพราะเป็นสายที่มีเปลือกหุ้มอีกชั้น จึงสามารถป้องกันความเสียหายทางกายภาพได้ดีโดยสายชนิดนี้สามารถเดินฝังใต้ดินได้

สายไฟชนิด NYY-02

2. สายไฟฟ้าแรงดันสูง (High Voltage Power Cable)

  • จะเป็นสายชนิดตีเกลียวที่มีขนาดใหญ่
  • สายชนิดนี้จะมีทั้งสายแบบทั้งแบบเปลือยและหุ้มฉนวน
  • สายไฟสามารถรับแรงดันได้ตั้งแต่ 1 KV ~ 36KV

2.1 สายไฟฟ้าอลูมิเนียมตีเกลียวชนิดเปลือย (AAC)

เป็นสายที่ใช้ตัวนำเป็นอะลูมิเนียมพันตีเกลียวเป็นชั้นๆ สายชนิดนี้สามารถรับแรงดันได้ต่ำ จึงไม่สามารถขึงสายให้กับเสาที่มีระยะห่างมากๆ ได้ โดยทั่วไปจะไม่เกิน 50m ยกเว้นสายที่มีขนาด 95 mm. ขึ้นไปอาจจะขึงได้ถึง 100 m.

2.2 สายไฟฟ้าอลูมิเนียมชนิดผสม (AAAC)

เป็นสายที่ผสมตัวนำจากหลายวัสดุ ทั้งอลูมิเนียม แมกนีเซียม และซีลิกอน ทำให้มีความเหนียวและแรงดันได้สูงกว่า สายอลูมิเนียมล้วน ๆ ทำให้ขึงสายได้ในระยะห่างได้มากขึ้น และทนต่อการกัดกร่อนของไอเกลือได้ดี จึงนิยมใช้เดินสายในบริเวณชายทะเล

2.3 สายไฟฟ้าอลูมิเนียมชนิดแกนเหล็ก (ACSR)

เป็นสายไฟที่ใช้ตัวน้ำเป็นอลูมิเนียมตีเกลียว และมีสายเหล็กอยู่ตรงกลาง ทำให้สามารถรับแรงดึงได้สูงขึ้น ทำให้สามารถขยายระยะห่างระหว่างเสาในการขึงได้มากขึ้น แต่สายชนิดนี้ไม่ทนต่อการกัดกร่อนของไอเกลือ จึงไม่ควรใช้งานบริเวณชายทะเล

2.4 สาย Partial Insulated Cable (PIC)

เป็นสายไฟชนิดที่นำมาใช้แทนสายเปลือย เพราะสายเปลือยมีโอกาสที่ไฟฟ้าลัดวงจรได้ง่าย โดยสายชนิดนี้ประกอบด้วยตัวนำอะลูมิเนียมตีเกลียว แล้วหุ้มด้วยฉนวน XLPE แต่ถึงแม้ว่าสายนี้จะหุ้มฉนวนจริง แต่เป็นเพียงฉนวนที่ช่วยป้องกันการลัดวงจรเพียงเท่านั้น ห้ามสัมผัสโดยตรง

สายไฟชนิด SAC

2.5 สาย Space Aerial Cable (SAC)

เป็นสายไฟที่มีอลูมิเนียมตีเกลียวเป็นตัวนำ และหุ้มด้วยฉนวน XLPE เช่นเดียวกันกับสายไฟชนิด PIC แต่จะมีเปลือกหุ้มอีกชั้นหนึ่งทำให้มีความทนทานมากกว่าสายชนิด PIC แต่ถึงแม้ว่าจะหุ้มเปลือกอีกชั้น ก็ไม่ควรแตะต้องโดยตรงเช่นกัน แต่สายชนิดนี้ก็สามารถวางใกล้กันได้มากกว่าสาย PIC

2.6 สาย Preassembiy Aerial Cable (PAC)

เป็นสายไฟที่จัดเป็นสายชนิด Fully Insulated มีโครงสร้างใกล้เคียงกับสายไฟชนิด XLPE มีตัวนำเป็นอลูมิเนียม มีความทนทานมาก เป็นสายที่วางใกล้กันได้ สามารถเดินผ่านอาคารหรือบริเวณที่มีคนอาศัยอยู่ หรือวางพาดไปกับมุมตึกได้

2.7 สาย Cross-linked Polyethylene (XLPE)

เป็นสายที่นิยมใช้มากที่สุดในปัจจุบัน จัดเป็นสายชนิด Fully Insulated ที่มีส่วนประกอบหลายส่วน ดังนี้
1. ตัวนำ : โดยส่วนใหญ่จะเป็นทองแดงตีเกลียว ซึ่งอาจจะอยู่ในรูปแบบของ Copper Concentric Strand หรือ Copper Compact Strand
2. ชีลด์ของตัวนำ : ทำจากสารกึ่งตัวนึง ทำให้สนามไฟฟ้าระหว่างตัวนำกับฉนวนกระจายได้อย่างสม่ำเสมอ ช่วยลดการเกิด Breakdown
3. ฉนวน : เป็นชั้นที่หุ้มห่อชั้นชีลด์ของตัวน้ำอีกชั้นหนึ่งทำด้วยฉนวน XLPE
4. ชีลด์ของฉนวน : เป็นชั้นที่หุ้มทับชั้นของฉนวนอีกที และหุ้มด้วยชั้นของลวดทองแดง หรือเทปทองแดงอีกที เพื่อจำกัดสนามไฟฟ้าให้อยู่ภายในสายเคเบิ้ล ป้องกันการรบกวน และการต่อชีลด์ลงดินจะช่วยลดอันตรายจากการสัมผัสถูกสายเคเบิ้ลด้วย ทำให้การกระจายของแรงดันอย่างสม่ำเสมอ
5. เปลือกนอก : โดยทั่วไปจะหุ้มด้วยพลาสติก PVC หรือ PE ขึ้นอยุ่กับลักษณะของงาน โดยทั่วไปถ้าใช้งานกลางแจ้งจะใช้เป็น PVC ส่วน PE มักจะใช้กับการเดินลอย เพราะมีความทนทานต่อสภาพอากาศ และถ้าหากเดินใต้ดินอาจจะมีชั้นของ Service Tape อาจจะทำด้วยผ้า คั่นระหว่างชีลด์กับเปลือกนอกช่วยป้องกันการเสียดสีและกระทบกระแทก

เลือกใช้สายไฟให้เหมาะสมกับประเภทของงานคุณ

1. สายไฟสำหรับติดตั้งภายในบ้าน หรือ อาคาร

การเลือกสายไฟสำหรับ บ้านพักอาศัย หรือ อาคารขนาดเล็ก สิ่งสำคัญที่สุดคือ เรื่องความปลอดภัยและคุณภาพของการผลิตที่ได้มาตรฐาน มอก. และ มาตรฐานระดับสากล IEC เพราะสายไฟในกลุ่มประเภท Household รวมไปถึงสายโทรศัพท์ เป็นสายไฟที่ใกล้ตัวผู้อยู่อาศัยมากที่สุด และอยู่รอบตัวของผู้ใช้ตลอดเวลา ดังนั้นควรเลือกใช้สายไฟฟ้าที่ผลิตได้ถูกต้องตรงมาตรฐานกำหนด คุณภาพสูง และ มีความปลอดภัยสูงสุด เพื่อให้ปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน นอกจากนั้นควรพิจารณาถึงวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตด้วย ซึ่งได้แก่

  • ตัวนำทองแดง มีค่าความนำไฟฟ้าที่ดีเยี่ยม โดย Phelps dodge เลือกใช้ทองแดงบริสุทธิ์ 99% ซึ่งเป็นเกรดที่ดีที่สุด
  • ฉนวนและเปลือกสายไฟต้องเลือกใช้ PVC เกรดพิเศษที่สามารถทนอุณหภูมิความร้อนได้ตรงตามมาตรฐานกำหนด เพื่อให้กระแสไฟฟ้าไม่รั่วไหลมาทำอันตรายแก่ผู้ใช้งาน และสายไฟมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน สำหรับสายไฟในกลุ่ม Household จะมีแรงดันไฟฟ้าตั้งแต่ 300V-750V ได้แก่ สาย 60227 IEC01 (THW),VCT,VAF,NYY

2. สายไฟฟ้าสำหรับระบบสาธารณูปโภค

สายไฟฟ้าในระบบสาธารณูปโภค เป็นระบบที่สำคัญในการเชื่อมโยง ระบบไฟฟ้าแรงสูงจากโรงผลิตไฟฟ้า เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่แห่งพลังงานไฟฟ้า ที่เชื่อมต่อให้ประชาชนทั่วประเทศ ดังนั้นสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ลที่ใช้งานเพื่อเป็นสายส่งนั้น ต้องมีความปลอดภัยสูงสุด มีสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา ดังนั้นควรเลือกใช้สายไฟฟ้าที่ผลิตได้ถูกต้องตรงมาตรฐานกำหนด คุณภาพสูง และ มีความปลอดภัยสูงสุด เพื่อให้ปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน นอกจากนั้นควรพิจารณาถึงวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตด้วย ซึ่งได้แก่

  • ตัวนำทองแดง มีค่าความนำไฟฟ้าที่ดีเยี่ยม โดย Phelps dodge เลือกใช้ทองแดงบริสุทธิ์ 99% ซึ่งเป็นเกรดที่ดีที่สุด
  • ฉนวนของสายไฟเป็นฉนวน Cross-linked polyethylene(XLPE) ที่ต้องมีความทนทาน และทนความร้อนได้สูงถึง 90 องศาเซลเซียส
    สายไฟที่่ใช้ในงานสาธารณูปโภค โรงไฟฟ้า สถานีไฟฟ้า การไฟฟ้า การส่งจ่ายกำลังไฟฟ้าบนดินและใต้ดิน นั้นจะประกอบไปด้วยสายไฟฟ้าแรงดันปานกลาง สายไฟฟ้าแรงดันสูง และสายไฟฟ้าแรงดันสูงพิเศษ รวมไปถึงสายไฟฟ้าที่ต้องการคุณสมบัติพิเศษเพื่อป้องกันน้ำ ป้องกันไอระเหยหรือการกัดกร่อนจากสารเคมี และอาจมีการเสริมโครงสร้างโลหะเพื่อรับแรงกระแทกที่อาจเกิดขึ้นจากการติดตั้ง โดยเป็นสายไฟฟ้าแรงดันสูงตั้งแต่ 36kV – 170kV และ สายไฟแรงดันสูงพิเศษ 230 kV ขึ้นไป

3.สายไฟที่ใช้ในงานอาคารสูง อาคารสาธารณะ อาคารขนาดใหญ่พิเศษ

การติดตั้งสายไฟภายในอาคารสูง โรงงาน หรือ อาคารสาธารณะ ต้องเริ่มจากการออกแบบให้เป็นไปตามข้อกำหนดของมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับและต้องเลือกใช้สายไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานกำหนด เพราะความปลอดภัยของผู้ใช้งานเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
ดังนั้นควรเลือกใช้สายไฟฟ้าที่ผลิตได้ถูกต้องตรงมาตรฐาน คุณภาพสูง และ มีความปลอดภัยสูงสุด เพื่อให้ปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน นอกจากนั้นควรพิจารณาถึงวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตด้วย ซึ่งได้แก่

  •  ตัวนำทองแดง มีค่าความนำไฟฟ้าที่ดีเยี่ยม โดย Phelps dodge เลือกใช้ทองแดงบริสุทธิ์ 99% ซึ่งเป็นเกรดที่ดีที่สุด
  • ฉนวนของสายไฟเป็นฉนวน Cross-linked polyethylene(XLPE) ทึ่ต้องมีความทนทาน และทนความร้อนได้สูงถึง 90 องศาเซลเซียส
    สายไฟบางชนิดควรมีโครงสร้างโลหะเพื่อสามารถรับแรงกระแทกที่เกิดจากติดตั้งสำหรับสายไฟในกลุ่ม Building and Construction จะเป็นสายไฟชนิด Low Voltage โดยมีแรงดันไฟฟ้าไม่เกิน 1,000V เช่น สาย CV,CV-AWA,CV-SWA เป็นต้น

4. สายไฟที่ใช้ในอุตสาหกรรมทั่วไป ตลอดจนอุตสาหกรรมปิโตรเคมี วัสดุพอลิเมอร์ น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ

การออกแบบและติดตั้งสายไฟฟ้าในระบบอุตสาหกรรมทั่วไป ตลอดจนอุตสาหกรรมปิโตรเคมี วัสดุพอลิเมอร์ น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ต้องคำนึงถึงประเภทของสายไฟชนิดพิเศษที่มีความเหมาะสมต่อระบบอุตสาหกรรม เครื่องจักรที่ใช้งาน ระบบรักษาความปลอดภัย ระบบป้องกันไฟไหม้

เพื่อให้กระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมเป็นไปได้อย่างถูกต้อง สะดวก และ ปลอดภัยสูงสุด ดังนั้นควรเลือกใช้สายไฟฟ้าที่ผลิตได้ถูกต้องตรงมาตรฐานกำหนด คุณภาพสูง และ มีความปลอดภัยสูงสุด เพื่อให้ปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน นอกจากนั้นควรพิจารณาถึงวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตด้วย ซึ่งได้แก่

  • ตัวนำทองแดง มีค่าความนำไฟฟ้าที่ดีเยี่ยม โดย Phelps dodge เลือกใช้ทองแดงบริสุทธิ์ 99% ซึ่งเป็นเกรดที่ดีที่สุด
  •  ฉนวนของสายไฟเป็นฉนวน Cross-linked polyethylene(XLPE) ที่ต้องมีความทนทาน และทนความร้อนได้สูงถึง 90 องศาเซลเซียส
    สายไฟในกลุ่ม Industrial,Oil&Gas and Petrochemical ประกอบไปด้วยสายไฟฟ้าแรงดันต่ำ สายไฟฟ้าแรงดันปานกลาง และสายไฟฟ้าแรงดันต่ำที่มีคุณสมบัติพิเศษชนิดทนไฟ ไม่ลามไฟ มีควันน้อย และไม่มีก๊าซพิษ รวมไปถึงสายไฟฟ้าที่ต้องการคุณสมบัติพิเศษเพื่อป้องกันน้ำ ป้องกันไอระเหยหรือการกัดกร่อนจากสารเคมี และอาจมีการเสริมโครงสร้างโลหะเพื่อรับแรงกระแทกที่อาจเกิดขึ้นจากการติดตั้ง

ประโยชน์ของการเลือกใช้สายไฟที่ถูกต้อง

สายไฟที่มีคุณภาพ ปัจจุบันไฟฟ้าเป็นสิ่งที่จำเป็นและอยู่รอบตัวเรา เราใช้ไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมงทุกๆวัน ไฟฟ้าจึงเป็นสิ่งที่ให้ประโยชน์ แก่ มนุษย์อย่างมหาศาล อย่างไรก็ตามแม้ว่าไฟฟ้าจะให้ประโยชน์มากมายเพียงใด หากใช้อย่างไม่ระมัดระวัง ใช้ด้วยความประมาท ก็อาจทำให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินได้เช่นกัน การใช้ไฟฟ้าจึงต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของความปลอดภัยเป็นอันดับแรก

สายไฟฟ้าทำหน้าที่เป็นทั้งตัวนำพลังงานไฟฟ้ามาให้เราใช้งานและขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่ปกป้องเราจากอันตรายของไฟฟ้าด้วย สายไฟฟ้าที่ไม่ได้คุณภาพมักจะผลิตจากวัตถุดิบคุณภาพต่ำ หรือคุณลักษณะไม่ผ่านตามมาตรฐาน เช่น ขนาดตัวนำทองแดงหรือความหนาฉนวนต่ำกว่ามาตรฐาน ซึ่งส่งผลให้สายไฟฟ้าไม่สามารถทนแรงดันไฟฟ้าหรือจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ตามที่มาตรฐานกำหนด เมื่อนำมาใช้งานก็อาจเกิดความร้อนสูงหรือเกิดลัดวงจร เป็นอันตรายร้ายแรงขึ้นได้ ดังนั้นการเลือกใช้สายไฟฟ้าจึงไม่ควรพิจารณาเพียงราคาถูกที่สุดหรือใช้สายอะไรก็ได้ แต่จำเป็นต้องเลือกใช้สายไฟที่มีความน่าเชื่อถือ และมีคุณภาพมาตรฐานระดับสากล เพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของคุณจากอันตรายที่อาจเกิดจากการใช้ไฟฟ้าในแต่ละวัน

ตารางตัวอย่างการใช้งานของสายไฟแต่ละเส้น

สินค้าแนะนำ

สินค้าหมดแล้ว
สินค้าหมดแล้ว
สินค้าหมดแล้ว
สินค้าหมดแล้ว
สินค้าหมดแล้ว
สินค้าหมดแล้ว

เป็นยังไงกันบ้างคะ กับบทความ “เลือกใช้สายไฟให้เหมาะสมกับบ้านคุณ” ที่เราได้นำความรู้เกี่ยวกับประเภทของสายไฟ ที่ทุกคนต้องควรรู้ ไม่ว่าจะเป็น ประเภทสายไฟแรงดันต่ำ หรือแรงดันสูง แล้วยัง บอกถึงการใช้สายไฟให้เหมาะกับหน่วยงานต่างๆอีกด้วย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ facebook fanpage : “WeHome วีโฮม เพื่อนบ้านที่เข้าใจคุณ” แอดมินยินดีให้คำปรึกษานะคะ

ขอบคุณข้อมูล และภาพจาก : http://www.pdcable.com/บทความ/สายไฟ-คืออะไร/

https://www.cablegland-center.com/power-cable/

วิธีการสั่งซื้อทางช่องอื่น : 📲1. ช้อปผ่าน LINE : @wehomeonline

📥2. ช้อบผ่าน Inbox Facebook Page : m.me/WeHomeOnline

🌍3. ช้อปผ่านเว็บไซต์ https://www.wehome.co.th ตลอด 24 ชม.

🛒4. ช้อปผ่าน LAZADA : https://www.lazada.co.th/shop/wehome-online

🛒5. ช้อปผ่าน Shopee : https://www.shopee.co.th/ wehomeonline

🛒6. ช้อปผ่าน JD CENTRAL : https://www.jd.co.th/shop/pc/27676.html

🛒7. ช้อปผ่าน NOC NOC  :

📞8. โทรหาเราสั่งของได้ 074-338-000

ทำความรู้จักกับชนิดของ “หลอดไฟ”

ทำความรู้จักกับหลอดไฟ
ทำความรู้จักกับหลอดไฟ

       หลอดไฟเป็นอุปกรณ์ที่มีอายุ หรือการใช้งาน เมื่อเสื่อมสภาพก็ต้องซื้อหลอดใหม่มาเปลี่ยน ดังนั้นหากจะพูดถึงความประหยัด หรือความคุ้มค่าแล้วนั้น นอกจากพลังงานที่ใช้คงต้องนำเรื่องของอายุการใช้งานมาเป็นส่วนประกอบด้วย รวมไปถึงราคา และการให้ความสว่าง

       หลอดไฟที่เมื่อเทียบแล้วประหยัด และคุ้มค่าที่สุดในปัจจุบัน คงต้องยกให้หลอดไฟแอลอีดี (LED) ในสมัยที่หลอดไปแอลอีดีถูกคิดค้นขึ้นมาแรกๆ มีราคาค่อนข้างสูง ทำให้คนไม่นิยมเลือกใช้ถึงแม้ว่าจะมีอายุการใช้งานนานกว่าหลอดไฟแบบอื่นๆ แต่ปัจจุบันได้มีการพัฒนาให้หลอดไฟแอลอีดี (LED) มีราคาที่ถูกลง ไม่ต่างจากหลอดประเภทอื่นมากนัก

       นอกจากเรื่องของราคาที่ไม่แตกต่างจากหลอดไฟแบบอื่นๆ มาก หลอดไฟแบบแอลอีดี (LED) ยังประหยัดพลังงานได้ถึง 90% เมื่อเทียบกับหลอดไฟแบบหลอดไส้ และประหยัดพลังงานมากกว่าหลอดตะเกียบถึง 40% แถมอายุการใช้งานมากกว่าหลอดไฟแบบหลอดไส้ถึง 15 เท่า

สารบัญ

เลือกซื้อหลอดไฟต้องดูอะไรบ้าง?

หลายๆ คนมักเข้าใจผิดว่าการจะเลือกหลอดไฟให้ดูที่วัตต์ ยิ่งวัตต์มากยิ่งสว่าง แต่จริงๆ แล้ววัตต์เป็นหน่วยของพลังงานที่ใช้ ยิ่งมากแปลว่ายิ่งกินไฟ การที่เราจะเลือกหลอดไฟมาใช้มีองค์ประกอบต่างๆ ที่เราต้องนำมาพิจารณาอยู่หลายตัวด้วยกัน

1.ค่าพลังงาน : มีหน่วยเป็นวัตต์ที่เราเห็นบนกล่องหลอดไฟ เป็นค่าพลังงานที่ใช้ ยิ่งวัตต์สูง ยิ่งทำให้ใช้ไฟฟ้ามากตามไปด้วย

2.ค่าฟลักซ์แสงสว่าง : มีหน่วยเป็นลูเมน (Lumen) เป็นหน่วยวัดความสว่างของแสงที่เปล่งออกมา ยิ่งมากแสดงว่าหลอดไฟดวงนี้ให้แสงสว่างมาก

3.ค่าประสิทธิภาพ : หรือเรียกว่า Efficacy เป็นการนำค่าแสงสว่าง (ลูเมน) มาหารด้วยค่าพลังงาน (วัตต์) ค่าที่ออกมา แปลได้ว่า หลอดไฟหลอดนี้ใช้พลังงาน 1 วัตต์ ให้แสงสว่างกี่ลูเมน ยิ่งสูงแปลว่า 1 วัตต์ให้แสงสว่างเยอะ ทำให้คุ้มค่ามากยิ่งขึ้น

4.ค่าความถูกต้องของสี : หรือ Color Rendering Index (CRI) เป็นค่าที่บอกว่าแสงไฟจากหลอดไฟหลอดนี้ เมื่อกระทบกับวัตถุจะทำให้สีของวัตถุเพี้ยนจากความเป็นจริงมากน้อยเพียงใด ซึ่งใช้มาตรฐานจากแสงอาทิตย์ที่ถือว่าเป็นแสงธรรมชาติ หากหลอดไฟหลอดใดมีค่า CRI สูงยิ่งให้ความถูกต้องของสีวัตถุใกล้เคียงกับแสงอาทิตย์มากที่สุด ทำให้สีไม่เพี้ยน และดวงตาของเราไม่ทำงานหนักเกินไป

5.ขั้วหลอดไฟ : การจะซื้อหลอดไฟ เราจำเป็นต้องดูที่ขั้วหลอดไฟให้ตรงกับแท่นขั้วที่เราจะนำหลอดไฟไปใช้งาน ซึ่งปกติแล้วขั้วหลอดไฟที่นิยมใช้จะมี  E27 E14 (ขั้วเกลียว) G10 (ขั้วขาตะเกียบ)

* ค่าต่างๆ สามารถดูได้ที่ข้างกล่องของหลอดไฟได้เลย!! *

หลอดไฟมีกี่ประเภท ใช้ทำอะไรบ้าง?

หลอดไฟแบบหลอดไส้ (Incandescent)

          หลอดไฟชนิดนี้มีลักษณะภายนอกเหมือนที่เราคุ้นตาคือเป็นหลอดแก้ว ภายในมีลวดขดอยู่ทำจากทังสเตน เมื่อเปิดไฟใช้งาน กระแสไฟฟ้าจะเกิดความร้อน ยิ่งร้อนมาก ยิ่งให้แสงสว่างมาก แต่เป็นหลอดไฟที่สิ้นเปลืองพลังงาน เนื่องจากพลังงานไฟฟ้าที่ปล่อยเข้าไป ถูกใช้ไปกับการทำความร้อนเสียมากกว่า และมีอายุการใช้งานต่ำ

หลอดไฟแฮโลเจน (Halogen)

        หลอดไฟแฮโลเจน เป็นหลอดไฟที่มีลักษณะและหลักการทำงานเหมือนๆ กับหลอดไฟแบบหลอดไส้ แต่แตกต่างกับที่หลอดไฟแบบแฮโลเจนมีการใส่สารกลุ่มฮาโลเจนลงไป ทำให้ยืดอายุการใช้งานของหลอดไฟ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้มากกว่าหลอดไฟแบบแรก

หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ (Fluorescent)

       หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์หรือที่เรารู้จักในชื่อหลอดไฟนีออน มีลักษณะเป็นหลอดแก้วภายในบรรจุแก๊ส มีขั้วหลอดสองฝั่ง เมื่อปล่อยกระแสไฟฟ้าจะไหลจากขั้วหนึ่งไปอีกขั้วหนึ่ง ในขณะไหลไปจะมีอิเล็กตรอนไหลไปด้วย เมื่ออิเล็กตรอนไหลไปชนกับอะตอมของปรอท จะเกิดเป็นพลังงานและรังสีอัลตราไวโอเลตทำให้เกิดแสงสว่าง แต่ภายในหลอดแก้วเคลือบด้วยสารดูดซับสีขาว ซึ่งจะดูดซับรังสียูวี และปล่อยออกมาเฉพาะแสงที่เรามองเห็น หลอดไฟชนิดนี้จะต้องใช้งานร่วมกับบัลลาสต์และสตาร์ทเตอร์

หลอดไฟแอลอีดี (LED)

        LED ย่อมาจาก Light Emitting Diodes เป็นนวัตกรรมที่ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง และค่อยๆ ทยอยเข้ามาแทนที่หลอดไฟแบบเก่า ด้วยหลักการทำงานของหลอดไฟแอลอีดีคือ เป็นการปล่อยไฟฟ้าไปที่ชิป และให้แสงสว่างจากอิเล็กตรอน โดยไม่มีการทำให้เกิดความร้อน ไม่เผาไส้หลอด และด้วยรูปทรงที่มีขนาดเล็กทำให้ลดทอนข้อจำกัดในเรื่องการออกแบบเพื่อนำหลอดไฟไปใช้งาน

นอกจากนี้ เรายังพาเพื่อนมารู้จัก ค่าอุณหภูมิสี (Color Temperature) ที่มีสีแตกต่างในการใช้งาน แล้วสมควรใช้งานในห้องแบบไหน ไปดูกัน

ค่าอุณหภูมิ และสี มีอะไรบ้าง?

Color Temperature มีหน่วยเป็น Kelvin (K) ซึ่งมีพื้นฐานมาจากสีของท้องฟ้าในแต่ละช่วง มีตั้งแต่ 1,000-10,000 องศาเคลวิน (K) หลักๆ แบ่งออกเป็น 3 โทน

ขอขอบคุณภาพจาก  : www.sangfi.com

1. แสงวอร์มไวท์ (Warmwhite) : มีอุณหภูมิสีอยู่ที่ 2,000-3,000 K เป็นแสงโทนสีเหลืองเข้ม เป็นสีที่มีผลต่อความรู้สึก ทำให้อบอุ่นและผ่อนคลาย จึงเหมาะนำไปใช้ในสถานที่ให้บริการ อย่างร้านสปา โรงแรม หรือตามบ้านเรือนอย่างในห้องนอน ห้องน้ำ เป็นต้น

- 67%
Original price was: ฿179.38.Current price is: ฿60.00.
- 67%
Original price was: ฿179.38.Current price is: ฿60.00.
- 60%
Original price was: ฿139.18.Current price is: ฿55.00.
- 64%
Original price was: ฿108.25.Current price is: ฿39.00.
- 67%
Original price was: ฿179.38.Current price is: ฿60.00.
- 67%
Original price was: ฿179.38.Current price is: ฿60.00.
- 60%
สินค้าหมดแล้ว
Original price was: ฿139.18.Current price is: ฿55.00.
- 64%
Original price was: ฿108.25.Current price is: ฿39.00.

2. แสงคูลไวท์ (Coolwhite) : มีอุณหภูมิสี 4,000-5,000 K เป็นแสงโทนสีเหลืองขาว คุณสมบัติคือทำให้สีจากวัตถุดูคมชัดและเข้มขึ้น ไม่นิยมนำมาใช้ แต่จะถูกใช้ไปกับงานป้าย งานโชว์สินค้า ไฟบนเวที เป็นต้น

3. แสงเดย์ไลท์ (Daylight) : มีอุณหภูมิสีที่ 6,000 K เป็นแสงโทนสีขาว เป็นสีที่ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด นิยมใช้เนื่องจากทำให้แสงที่สะท้อนจากวัตถุไม่เพี้ยน จะพบเห็นได้ตามสำนักงาน โรงงานอุตสาหกรรม บ้านเรือน เป็นต้น

- 67%
Original price was: ฿179.38.Current price is: ฿60.00.
- 67%
สินค้าหมดแล้ว
Original price was: ฿179.38.Current price is: ฿60.00.

นอกจากนี้ เรายังพาเพื่อนมารู้จัก ค่าอุณหภูมิสี (Color Temperature) ที่มีสีแตกต่างในการใช้งาน แล้วสมควรใช้งานในห้องแบบไหน ไปดูกัน

ค่าอุณหภูมิ และสี มีอะไรบ้าง?

Color Temperature มีหน่วยเป็น Kelvin (K) ซึ่งมีพื้นฐานมาจากสีของท้องฟ้าในแต่ละช่วง มีตั้งแต่ 1,000-10,000 องศาเคลวิน (K) หลักๆ แบ่งออกเป็น 3 โทน

ขอขอบคุณภาพจาก  : www.sangfi.com

1. แสงวอร์มไวท์ (Warmwhite) : มีอุณหภูมิสีอยู่ที่ 2,000-3,000 K เป็นแสงโทนสีเหลืองเข้ม เป็นสีที่มีผลต่อความรู้สึก ทำให้อบอุ่นและผ่อนคลาย จึงเหมาะนำไปใช้ในสถานที่ให้บริการ อย่างร้านสปา โรงแรม หรือตามบ้านเรือนอย่างในห้องนอน ห้องน้ำ เป็นต้น

- 67%
Original price was: ฿179.38.Current price is: ฿60.00.
- 67%
Original price was: ฿179.38.Current price is: ฿60.00.
- 60%
Original price was: ฿139.18.Current price is: ฿55.00.
- 64%
Original price was: ฿108.25.Current price is: ฿39.00.

2. แสงคูลไวท์ (Coolwhite) : มีอุณหภูมิสี 4,000-5,000 K เป็นแสงโทนสีเหลืองขาว คุณสมบัติคือทำให้สีจากวัตถุดูคมชัดและเข้มขึ้น ไม่นิยมนำมาใช้ แต่จะถูกใช้ไปกับงานป้าย งานโชว์สินค้า ไฟบนเวที เป็นต้น

- 67%
Original price was: ฿179.38.Current price is: ฿60.00.
- 67%
Original price was: ฿179.38.Current price is: ฿60.00.
- 60%
สินค้าหมดแล้ว
Original price was: ฿139.18.Current price is: ฿55.00.
- 64%
Original price was: ฿108.25.Current price is: ฿39.00.

3. แสงเดย์ไลท์ (Daylight) : มีอุณหภูมิสีที่ 6,000 K เป็นแสงโทนสีขาว เป็นสีที่ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด นิยมใช้เนื่องจากทำให้แสงที่สะท้อนจากวัตถุไม่เพี้ยน จะพบเห็นได้ตามสำนักงาน โรงงานอุตสาหกรรม บ้านเรือน เป็นต้น

- 67%
Original price was: ฿179.38.Current price is: ฿60.00.
- 67%
สินค้าหมดแล้ว
Original price was: ฿179.38.Current price is: ฿60.00.

นอกจากนี้ เรายังพาเพื่อนมารู้จัก ค่าอุณหภูมิสี (Color Temperature) ที่มีสีแตกต่างในการใช้งาน แล้วสมควรใช้งานในห้องแบบไหน ไปดูกัน

ค่าอุณหภูมิ และสี มีอะไรบ้าง?

Color Temperature มีหน่วยเป็น Kelvin (K) ซึ่งมีพื้นฐานมาจากสีของท้องฟ้าในแต่ละช่วง มีตั้งแต่ 1,000-10,000 องศาเคลวิน (K) หลักๆ แบ่งออกเป็น 3 โทน

ขอขอบคุณภาพจาก  : www.sangfi.com

1. แสงวอร์มไวท์ (Warmwhite) : มีอุณหภูมิสีอยู่ที่ 2,000-3,000 K เป็นแสงโทนสีเหลืองเข้ม เป็นสีที่มีผลต่อความรู้สึก ทำให้อบอุ่นและผ่อนคลาย จึงเหมาะนำไปใช้ในสถานที่ให้บริการ อย่างร้านสปา โรงแรม หรือตามบ้านเรือนอย่างในห้องนอน ห้องน้ำ เป็นต้น

- 67%
Original price was: ฿179.38.Current price is: ฿60.00.
- 67%
Original price was: ฿179.38.Current price is: ฿60.00.
- 60%
Original price was: ฿139.18.Current price is: ฿55.00.
- 64%
Original price was: ฿108.25.Current price is: ฿39.00.
- 67%
Original price was: ฿179.38.Current price is: ฿60.00.
- 67%
Original price was: ฿179.38.Current price is: ฿60.00.
- 60%
สินค้าหมดแล้ว
Original price was: ฿139.18.Current price is: ฿55.00.
- 64%
Original price was: ฿108.25.Current price is: ฿39.00.

2. แสงคูลไวท์ (Coolwhite) : มีอุณหภูมิสี 4,000-5,000 K เป็นแสงโทนสีเหลืองขาว คุณสมบัติคือทำให้สีจากวัตถุดูคมชัดและเข้มขึ้น ไม่นิยมนำมาใช้ แต่จะถูกใช้ไปกับงานป้าย งานโชว์สินค้า ไฟบนเวที เป็นต้น

3. แสงเดย์ไลท์ (Daylight) : มีอุณหภูมิสีที่ 6,000 K เป็นแสงโทนสีขาว เป็นสีที่ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด นิยมใช้เนื่องจากทำให้แสงที่สะท้อนจากวัตถุไม่เพี้ยน จะพบเห็นได้ตามสำนักงาน โรงงานอุตสาหกรรม บ้านเรือน เป็นต้น

- 67%
Original price was: ฿179.38.Current price is: ฿60.00.
- 67%
สินค้าหมดแล้ว
Original price was: ฿179.38.Current price is: ฿60.00.

หลอดไฟแบบไหนประหยัดที่สุด ?

หลอดไฟที่เมื่อเทียบแล้วประหยัดและคุ้มค่าที่สุดในปัจจุบัน คงต้องยกให้หลอดไฟแอลอีดี (LED) ในสมัยที่หลอดไฟแอลอีดีถูกคิดค้นขึ้นมาแรกๆ มีราคาค่อนข้างสูง ทำให้คนไม่นิยมเลือกใช้ถึงแม้ว่าจะมีอายุการใช้งานนานกว่าหลอดไฟแบบอื่นๆ แต่ปัจจุบันได้มีการพัฒนาให้หลอดไฟแอลอีดี (LED) มีราคาที่ถูกลง ไม่ต่างจากหลอดประเภทอื่นมากนัก

หลอดไฟแบบแอลอีดี (LED) ยังประหยัดพลังงานได้ถึง 90% เมื่อเทียบกับหลอดไฟแบบหลอดไส้ และประหยัดพลังงานมากกว่าหลอดตะเกียบถึง 40% แถมอายุการใช้งานมากกว่าหลอดไฟแบบหลอดไส้ถึง 15 เท่า

ข้อดีเพิ่มเติม : ของหลอดไฟแอลอีดี (LED) เมื่อเทียบกับแบบอื่นๆ คือเป็นหลอดไฟที่ไม่ปล่อยรังสียูวี ทำให้ปลอดภัยต่อผิวของเรา รวมทั้งให้แสงสว่างที่ถูกต้อง ชัดเจน ทำให้สีวัตถุไม่เพี้ยน และบางรุ่นก็สามารถปรับโทนสีได้ นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มที่จะถูกพัฒนาให้ใช้พลังงานน้อยลงเรื่อย ๆ อีกด้วย

สินค้าแนะนำ

- 67%
Original price was: ฿179.38.Current price is: ฿60.00.
- 67%
Original price was: ฿179.38.Current price is: ฿60.00.
- 67%
Original price was: ฿179.38.Current price is: ฿60.00.
- 67%
Original price was: ฿179.38.Current price is: ฿60.00.
- 67%
Original price was: ฿179.38.Current price is: ฿60.00.
- 60%
Original price was: ฿139.18.Current price is: ฿55.00.
- 67%
สินค้าหมดแล้ว
Original price was: ฿179.38.Current price is: ฿60.00.
- 60%
สินค้าหมดแล้ว
Original price was: ฿139.18.Current price is: ฿55.00.
- 60%
Original price was: ฿139.18.Current price is: ฿55.00.
- 64%
Original price was: ฿108.25.Current price is: ฿39.00.
- 64%
Original price was: ฿108.25.Current price is: ฿39.00.

       เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับ บทความ ทำความรู้จักกับชนิดของ “หลอดไฟ” แล้วยังให้ความรู้เกี่ยวกับ ค่าอุณหภูมิสี และใช้หลอดแบบไหนประหยัดที่สุด อีก หวังว่าจะเป็นประโยชน์ในการเลือกใช้หลอดไฟให้ตรงกับความต้องการของทุกคนนะคะ เพราะเราคือ วีโฮม เพื่อนบ้านที่เข้าใจคุณ พร้อมให้คำแนะนำ และ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ facebook fanpage : “WeHome วีโฮม เพื่อนบ้านที่เข้าใจคุณ” แอดมินยินดีให้คำปรึกษา

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ  :  httpd://www.officemate.co.th/blog/เลือกหลอดไฟ-คุ้มค่า/

                                : http://infographic.in.th/infographic/หลอดไฟแบบไหนที่ช่วยประ

วิธีการสั่งซื้อทางช่องอื่น

📲1. ช้อปผ่าน LINE : @wehomeonline

📥2. ช้อบผ่าน Inbox Facebook Page : m.me/WeHomeOnline

🌍3. ช้อปผ่านเว็บไซต์ https://www.wehome.co.th ตลอด 24 ชม.

🛒4. ช้อปผ่าน LAZADA : https://www.lazada.co.th/shop/wehome-online

🛒5. ช้อปผ่าน Shopee : https://www.shopee.co.th/wattanaonline

🛒6. ช้อปผ่าน JD CENTRAL : https://www.jd.co.th/shop/pc/27676.html

🛒7. ช้อปผ่าน NOC NOC  :

📞8. โทรหาเราสั่งของได้ 074-338-000

5 อุปกรณ์นิรภัยป้องกันความเสี่ยง

5 อุปกรณ์ ป้องกันความเสี่ยง ต่อรายกาย
5 อุปกรณ์ ป้องกันความเสี่ยง ต่อรายกาย

 

5 อุปกรณ์นิรภัยป้องกันความเสี่ยงที่พี่ช่างขาดไม่ได้ในการทำงาน

        การทำงานของพี่ช่างมีความเสี่ยงอยู่เสมอ ฉะนั้นการเลือกซื้ออุปกรณ์นิรภัยที่เหมาะสมกับงาน และป้องกันความเสี่ยงได้ตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้าง เชื่อมเหล็ก และทำงานที่ก่อให้เกินอันตรายต่อร่างกาย

        วันนี้ “วีโฮม” มี 5 อุปกรณ์นิรภัยป้องกันความเสี่ยง ด้านความปลอดภัย สำหรับ พี่ช่าง หรือ คนที่สนใจอยากทำงานเหล่านี้มาแนะนำ!

หมวกนิรภัย

 

หมวกนิรภัย

จะต้องเป็น สินค้าที่มีมาตรฐานที่ผ่านการรับรองจากโรงงาน และอุตสาหกรรรม คุณสมบัติของหมวกนิรภัยจะต้องรองในสายไนลอน 2.5 ซม. แบบรับแรงกระแทก 6 จุด  ในบริเวณศีรษะ ช่วยให้เฉลี่ยในการรับแรง เพื่อไม่ให้ศีรษะของเรารับแรงกระแทกโดยตรง เพราะจะทำให้เกิดการบาดเจ็บ และถึงขั้น เสียชีวิตกันเลย

สินค้าหมดแล้ว

แว่นตานิรภัย

จะต้องเป็นแว่นที่ กรองแสง UV400 ได้ 99.9% และป้องกันสะเก็ดเข้าดวงตา รับแรงกระแทกได้ระดับสูง ได้ ดวงตา เป็น ส่วนสำคัญของ ร่างกายมากที่สุด  เพราะ การทำงานต่างๆ จะต้องใช้การมองเห็น เพื่อจะ หยิบ จับ สัมผัส กับสิ่งของต่างๆ เราจึงต้องควรเลือกแว่นที่มีมาตรฐาน ในการใช้งาน

แว่นตานิรภัย
หน้ากากนิรภัย

หน้ากากนิรภัย

หน้ากากกรองฝุ่น  กลิ่น สี เคมี จะขาดไม่ได้เลย เพราะ ร่างกายคนเรา ต้องการ ออกซิเจนในการหายใจ เราจึงต้องเลือกใช้อุปกรณ์ ให้ตรงจุด และตรงกับการทำงาน อีกด้วย หน้ากากที่กันกลิ่น สี เคมี จะช่วยให้หายใจสะดวก และไม่ทำให้ สารเคมี เข้าสู่ร่างกายของเราโดยตรง

ถุงมือนิรภัย

จะต้องเป็นถุงมือที่ ป้องกันสะเก็ดไฟ และทนต่อความร้อนได้ประมาณ 100 องศา ต้านทานการ ตัด เฉือน ฉีกขาด และป้องกันรอยขีดข่วนจากของมีคมได้ดี เพราะจะได้ปกป้อง มือของเรา ให้ ไม่เกิดการบาดเจ็บ จากการ ทำงาน เช่น การตัดเหล็ก เชื่อมเหล็ก ก่อสร้างบ้าน หรือ งานเกษตร

สินค้าหมดแล้ว
สินค้าหมดแล้ว
- 38%
Original price was: ฿8.00.Current price is: ฿5.00.
ถุงมือนิรภัย
เสื่อจราจรตาข่าย

เสื้อคลุมตาข่าย

ผ้าตาข่ายพร้อมแถบ PVC สะท้อนแสง 2 แถบ สามารถมองเห็นได้ชัดเจน เหมาะสำหรับงานทั้งกลางวัน และกลางคืน โดยเฉพาะ ช่างก่อนสร้าง หรือบุคคลที่ต้องทำงานใช้ช่วงเวลากลางคืน เพื่อช่วยในการสังเกตุเห็นได้ชัดเจนจากแถบสะท้อนแสงเพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ ที่ต้องใส่ เสื้อจราจร ในการทำงาน การควบคุมเครื่องจักร เพราะแถบ PVC บนเสื้อ จะเป็น จุดสังเกตได้ดี ถึงแม้จะเป็นเวลา กลางวันก็ตาม

วีโฮม พร้อมใส่ใจกับ 5 อุปกรณ์นิรภัยป้องกันความเสี่ยง สำหรับพี่ช่าง เพราะ เราคือ  วีโฮม เพื่อนบ้านที่เขาใจคุณ”

วันนี้ WeHome “เพื่อนบ้านที่เข้าใจคุณ” มีวิธีการสั่งซื้อง่ายๆมาแนะนำคะ
📲1. ช้อปผ่าน LINE : @wehomeonline
📥2. ช้อบผ่าน Inbox Facebook Page : m.me/WeHomeOnline
🌍3. ช้อปผ่านเว็บไซต์https://www.wehome.co.th 24 ชม.
🛒4. ช้อปผ่าน LAZADA : https://www.lazada.co.th/shop/wehome-online
🛒5. ช้อปผ่าน JD CENTRAL : https://www.jd.co.th/shop/pc/27676.html
🛒6. ช้อปผ่าน Shopee : https://www.shopee.co.th/wattanaonline
📞7. โทรหาเราสั่งของได้ 074-338-000                                    

Select the fields to be shown. Others will be hidden. Drag and drop to rearrange the order.
  • Image
  • SKU
  • Rating
  • Price
  • Stock
  • Description
  • กำลังไฟฟ้า (วัตต์)
  • ขนาด
  • ความหนา
  • จำนวนช่อง
  • จำนวนชั้น
  • ชนิดฟิล์ม
  • การติดตั้ง
  • ทิศทาง
  • จำนวนที่นั่ง
  • น้ำหนัก (Kg)
  • ประเภทสินค้า
  • มาตรฐานการป้องกัน
  • ยาว
  • ยี่ห้อ
  • ระบบเปิด-ปิด
  • ระยะที่วัดได้
  • รูปทรง
  • ลักษณะบาน
  • วัสดุ
  • วัสดุหลัก
  • สี
  • หนา
  • เบอร์
  • แสงไฟ
  • Add to cart
  • Additional information
Click outside to hide the comparison bar
เปรียบเทียบ